Sponsored Ads

E-learning คือ การเรียนการสอนที่มีการถ่ายทอดเนื้อหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยครูผู้สอนการจัดกระบวนการเรียนการสอนในรูปแบบ E-learning สามารถช่วยพัฒนาการเรียนของนักเรียนและครูผู้สอนได้ เพราะ ครูสามารถพัฒนาความรู้ ผลงาน ของตนเองถ่ายทอดมายังผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนได้รับสื่อการสอนที่ใหม่ และทันสมัย นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถพัฒนาความรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสื่อการสอนแบบ E-learning ทั้งครูและนักเรียนสามารถรู้เรียนได้ตลอดเวลา ดังการวิจัยในชั้นเรียน ที่นำการใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา มาพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนจนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้น

 

รายงานการใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)
เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา

ปัญหา

การจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีจำนวนมากควรมีมีสื่อการสอนที่ช่วยให้ครูสามารถถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง เพราะในวิชาเรียนที่มีการปฏิบัติครูเพียงคนเดียวจะใช้เวลาที่จำกัดในการสอนนักเรียนให้ได้ทั่วถึงทุกคนนั้นเป็นไปได้ยาก ในวิชาเรียนที่นักเรียนจะต้องฝึกทักษะของตนเองซ้ำๆเพื่อให้เกิดความคล่องในการปฏิบัติ ครูจึงควรมีสื่อการสอนที่สามารถให้นักเรียน เรียนรู้ด้วยตนเองได้ตลอดเวลา และนักเรียนสามารถปฏิบัติตามได้ เพื่อให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามปกติตรงตามระยะเวลาของแผนการสอนที่ครูกำหนด สื่อที่เหมาะสมสำหรับนำมาประกอบการเรียนการสอนของนักเรียนและครู ควรเป็นสื่อการสอนที่เน้นให้เห็นวิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติ ที่นักเรียนฝึกปฏิบัติตามได้ สื่อนั้นจึงควรจะต้องมีภาพเคลื่อนไหวและเสียงเพื่อให้นักเรียนเห็นภาพขั้นตอนการปฏิบัติได้อย่างชัดเจน

วิดีโอ คือ มัลติมีเดียที่สามารถแสดงภาพการเคลื่อนไหว การปฏิบัติ พร้อมเสียงบรรยาย การนำเสนอวิดีโอในรูปแบบเพื่อการศึกษา หรือวิดีโอสอนจะช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพการปฏิบัติ การฝึกทักษะกระบวนการที่ใช้ในวิชาเรียนได้อย่างชัดเจน ผู้เรียนสามารถจดจำขั้นตอนทักษะกระบวนการต่างๆ แล้วสามารถนำมาปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องวิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา เป็นสื่อการสอนที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนในวิชาคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างเกมการศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยเรียนรู้จากสื่อการสอนที่ครูสร้างขึ้น เนื่องจากโรงเรียนราชานุบาล มีนักเรียนจำนวนมาก ครูจึงจำเป็นต้องใช้สื่อการสอนเข้ามาช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดเวลา เพราะเนื้อหาของการสร้างเกมเพื่อการศึกษาเน้นทักษะการปฏิบัติเป็นหลักสำคัญ จึงต้องใช้ระยะเวลามากในการฝึกทักษะให้มีความคล่อง ให้นักเรียนสามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอน และให้นักเรียนสามารถสร้างเกมการศึกษาได้ด้วยตนเองจากความคิดสร้างสรรค์ของตน ซึ่งในตารางเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมีจำนวน หนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ ครูผู้สอนจึงเห็นว่านักเรียน มีเวลาน้อยมากในการเรียนรู้ และปฏิบัติฝึกทักษะการสร้างเกมเพื่อการศึกษา ครูผู้สอนจึงได้สร้างสื่อการสอน ในรูปแบบวิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการสร้างเกมการศึกษา สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เพราะการสร้างสื่อการสอนในรูปแบบวิดีโอ จะทำให้นักเรียนเห็นภาพและสามารถปฏิบัติตามได้ตามขั้นตอน ครูผู้สอนจึงได้จัดทำสื่อการสอนนี้ในรูปแบบ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องวิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา เป็นสื่อการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการพัฒนาตนเอง การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อใช้เป็นสื่อการสอนจะช่วยเร้าให้นักเรียนเกิดความสนใจ ช่วยสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้สนุกสนานมีชีวิตชีวาไม่เบื่อหน่ายในบทเรียน ช่วยให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาต่างๆ นักเรียนสามารถเรียนรู้ไปตามความสามารถของตน ช่วยประหยัดเวลาในการสอนของครู บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ยังเป็นสื่อการสอนที่ช่วยให้นักเรียนใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการหาความรู้เพิ่มเติม และยังช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูได้

สาเหตุ

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้สอนมีแนวคิดและแรงจูงใจในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาความรู้ ทักษะกระบวนการของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดียิ่งขึ้น นักเรียนสามารถนำการเรียนรู้ที่ได้จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ไปแก้ไขปัญหาและปรับปรุงคุณภาพการเรียนของตนได้ นอกจากนี้การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ยังสามารถกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในบทเรียน มีแรงจูงใจให้นักเรียนเกิดความพร้อมที่จะเรียนรู้ และสนุกสนานเพลิดเพลิน ช่วยลดเวลาการสอนของครู นักเรียนสามารถนำมาใช้ในเวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยพัฒนาความรู้ที่ได้จากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ไปสร้างสรรค์ผลงานเกมการศึกษา ด้วยตนเอง เพื่อนำไปสู่การแข่งขันทักษะวิชาการ 

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างเกมการศึกษาได้ด้วยตนเอง
2.เพื่อให้นักเรียน ได้เรียนรู้การสร้างเกมการศึกษา จากโปรแกรม Microsoft Office Excel 2007
3.เพื่อให้นักเรียน ได้เรียนรู้การใช้โปรแกรม Microsoft Office Excel 2007
4.เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
5.เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการรู้ของนักเรียน จากการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา
6.เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ Youtube และ www.vdolearning.com
7.เพื่อเป็นสื่อการสอนให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์
8.เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ไปสร้างสรรค์ผลงานเกมการศึกษาด้วยตนเอง แล้วนำความรู้ทักษะกระบวนการจากการเรียนรู้ ที่ได้ไปสร้างผลงานเกมการศึกษาของตน สู่การแข่งขันทักษะวิชาการ 

 

วิธีดำเนินการวิจัย

1. สมมติฐานการวิจัย

1.1 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องวิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา ทำให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่าร้อยละ 60 จากการทำแบบทดสอบ
1.2 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องวิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา สามารถพัฒนานักเรียนให้สร้างผลงานเกมการศึกษาได้ด้วยตนเองแล้วนำไปสู่การแข่งขันทักษะวิชาการ 

2. ประชากร

ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 200 คน

3. กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 38 คน

4. เครื่องมือวิจัย

4.1 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา ด้วยโปรแกรม Microsoft Office Excel 2007 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สร้างโดยโปรแกรม Adobe Captivate
4.2 แบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ แบบปรนัย 20 ข้อ เรื่อง โปรแกรม Microsoft Office Excel 2007 และการสร้างเกมด้วย โปรแกรม Microsoft Office Excel 2007
4.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย 20 ข้อ ในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา

5. การเก็บรวบรวมข้อมูล

5.1 ดำเนินการตามแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคอมพิวเตอร์กับกลุ่มตัวอย่าง

5.2 รวมรวบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ย () เปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

6. การวิเคราะห์ข้อมูล

เมื่อผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอนข้างต้น แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ (Percentage), ค่าเฉลี่ย (X-Bar) และ สถิติทดสอบสมมติฐานใช้ t - Test (Dependent Samples)

7. ผลการวิจัย

ผลการวิจัยจากวิธีดำเนินการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

7.1 ขั้นเตรียมการใช้

โดยการทดสอบความรู้ก่อนการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งเป็นการทดสอบแบบปรนัย 20 ข้อ จากกลุ่มตัวอย่าง

7.2 ขั้นการใช้โปรแกรม

ให้กลุ่มตัวอย่างทำการเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา ในเวลาเรียน จำนวน 5 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นวันละ 1 ชั่วโมง โดยมีครูคอยช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังแนะนำให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่าน Internet เว็บไซต์ www.vdolearning.com เมื่อศึกษาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนครบทั้งหมดแล้วจึงจะทำการทดสอบหลังเรียน

7.3 ขั้นสรุปผล

เมื่อกลุ่มตัวอย่างศึกษาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจนครบทุกขั้นตอนแล้วขั้นต่อไปจะเป็นการทดสอบความรู้หลังเรียน เพื่อนำผลการทดสอบมาเปรียบเทียบกับผลการทดสอบก่อนเรียน (t - Test) เพื่อดูว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้มีการทดสอบ 2 ครั้ง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นหรือไม่

 

 สรุปผลการวิจัย

จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนแต่ละคนใน ทั้งก่อนเรียนและหลังเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 38 คน มีค่าเฉลี่ยแบบทดสอบก่อนเรียนร้อยละ 52.5 และมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนร้อยละ 91.32 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ดังนั้นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา สามารถพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การเรียนรู้จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วิดีโอสอนสร้างเกมการศึกษา สามารถช่วยพัฒนาความรู้ของนักเรียนให้มีความสามารถ มีทักษะในการสร้างสรรค์เกมการศึกษาได้ด้วยตนเอง จึงสามารถนำความรู้ความสามารถของตนเอง ไปใช้ในการสอบแข่งขัน งานทักษะวิชาการได้

 

Sponsored Ads